เป้าผลิตไฟฟ้าจากขยะ100เมกฯปี 54
สยามรัฐ
Aug 7, 2007
"ปิยะสวัสดิ์ อัมระนันทน์" รมว. พลังงาน ตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าจากขยะให้ได้ 100 เมกะวัตต์ ภายในปี 54 จากปัจจุบันที่มีแล้ว 3 แห่ง โดยให้แรงจูงใจ ให้ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า 2.50 บาทต่อหน่วย ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร และยกเว้นภาษีเงินได้ 8 ปี

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดการสัมมนา "การส่งเสริมการผลิตพลังงานจากขยะชุมชน" วานนี้ โดยมีนักลงทุน ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และหอการค้าจังหวัด เข้าร่วม ว่ากระทรวงพลังงานตั้งเป้าหมายผลิตไฟฟ้าจากขยะ 1 หมื่นตัน ให้ได้ไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์ ภายในปี 2554 ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ของพลังงานทดแทน และเป็นการกำจัดขยะให้มีประสิทธิภาพ

กระทรวงพลังงานจึงระดมความคิดเห็น เพื่อผลักดันโครงการผลิตพลังงานจากขยะชุมชนให้เกิดขึ้นในวงกว้าง จากปัจจุบันมี 3 โรงงาน คือ โรงงานเตาเผาขยะ จังหวัดภูเก็ต โรงงานผลิตขยะปุ๋ยอินทรีย์ จังหวัดระยอง และโรงงานไฟฟ้าขยะ ราชาเทวะ จังหวัดสมุทรปราการ

โดยกระทรวงพลังงานได้ส่งเสริมให้ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า 2.50 บาทต่อหน่วย สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก ไม่เกิน 90 เมกะวัตต์ และผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กมาก ไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ ระยะเวลา 7 ปี กรณีที่เป็นโครงการดำเนินการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะได้ส่วนเพิ่มอีก 1 บาทต่อหน่วย ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักรผลิตพลังงานทดแทนจากขยะ และยกเว้นภาษีเงินได้ 8 ปี โดยขอส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำวงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อโครงการ อัตราดอกเบี้ย 4% จ่ายคืนเงินกู้ใน 7 ปี และยังสามารถยื่นข้อเสนอขายคาร์บอนเครดิตในโครงการซีดีเอ็ม เนื่องจากเป็นโครงการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ

นายปิยสวัสดิ์กล่าวว่าขณะนี้ ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กมากได้ยื่นแล้ว 3 โครงการ ซึ่ง กฟผ. ให้การตอบรับเป็นอย่างดี และเชื่อว่าจะมีโครงการต่างๆ สนใจยื่นเพิ่มเติม

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานจะพัฒนา และสาธิตถังหมักก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์ และพัฒนาระบบผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะในระดับชุมชนอีก 5 แห่ง คือเทศบาสอำเภอสามชุก สุพรรณบุรี เทศบาลอำเภอเมือง กำแพงเพชร เทศกาลอำเภอเมือง สกลนคร เทศบาลอำเภอเมือง ภูเก็ต และเทศกาลอำเภอทุ่งสง นครศรีธรรมราช โดยกระทรวงจะสนับสนุนทั้งระบบแก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมทั้งขยายผลไปยังโรงเรียนต่างๆ อีก 200 แห่ง