|
New Generators for Biogas 5 folds cheaper than imported ones
Kom Chad Luek
Feb 13, 2004
by Kom Chad Luek
สองพี่น้องตระกูล "เฉลิมชัยวินิจกุล" จากย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ เดินหน้าพัฒนา "เครื่องกำเนิด
ไฟฟ้าโดยใช้ก๊าชชีวภาพ" ล่าสุดได้พัฒนาเครื่องยนต์ศักยภาพสูงขนาด 330 แรงม้า โดยนำระบบซีดีไอ
แทนระบบหัวเทียนได้สำเร็จ สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้า 110 กิโลวัตต์ ทำงานต่อเนื่องได้นาน 8-10
ชม. ราคาถูกกว่านำเข้าจากต่างประเทศถึง 5 เท่าตัว ฟาร์มหมูใหญ่ที่ปราจีนบุรี นำมาใช้พบว่าประหยัด
กระแสไฟฟ้ากว่า 50%
พวกเขาพยายามพัฒนาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยใช้ก๊าชชีวภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อ ให้เครื่องมีประสิทธิภาพ
มากยิ่งขึ้นจนสำเร็จ โดยการใช้เครื่องยนต์เก่าขนาด 8 สูบ ของรถยนต์ยี่ห้อฮีโน (HENO) มาดัดแปลงจาก
ระบบทองขาวที่ต้องใช้หัวเทียนแบบเดิม มาเป็นระบบ ซีดีไอ (CDI) เหมือนกับรถยนต์ยี่ห้อเมอร์เซเด
สเบนซ์ จากประเทศเยอรมนี จากนั้นออกแบบให้เหมาะสมสำหรับการนำไปใช้งานในฟาร์มต่อไป
เครื่องกำเนิดไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ว่านี้ เป็นเครื่องยนต์ศักยภาพสูงขนาด 330 แรงม้า ให้พลังงานไฟฟ้า 110
กิโลวัตต์ ทำงานต่อเนื่องได้นาน 8-10 ชม. การดูแลรักษาและซ่อมบำรุงทำไม่ยาก และไม่ต้องสิ้นเปลือง
ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนหัวเทียน อีกทั้งยังมีราคาถูกเพียง 6.5-8 แสนบาทเท่านั้น ขณะที่เครื่องจากต่าง
ประเทศเมื่อเทียบคุณสมบัติแล้วราคาสูงกว่า 3 ล้านบาทเลยทีเดียว ส่วนเกษตรกรที่ยังไม่เคยทำบ่อหมัก
ชีวภาพมาก่อน หากสนใจต้องเสียค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้นประมาณ 3 ล้านบาท
นอกจากนี้ สำหรับเกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงสุกรไม่เกิน 300 ตัว และเคยทำบ่อหมักชีวภาพไว้แล้ว ก็มี
โอกาสใช้เครื่องที่ว่านี้เช่นกัน กล่าวคือ นำเครื่องสูบน้ำ หรือเครื่องยนต์ขนาดเล็ก มาให้พวกเขาดัดแปลงนั่น
เอง ตรงนี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000-3,000 บาท แต่ถ้าเกษตรกรรายใดที่ยังไม่มีบ่อหมักชีวภาพ
พวกเขาก็จะออกแบบบ่อให้ในลักษณะถุงกาแฟ ที่สร้างขึ้นตากพลาสติกพีวีซี มีความจุประมาณ 300 คิว ซึ่ง
จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกจำนวนหนึ่งด้วย ทั้งนี้ยังสามารถยึดรูปแบบดังกล่าว ไปประยุกต์ใช้ภายในโรงงาน
ยางพารา หรือสถานที่ต่างๆ ที่ปล่อยสิ่งปฏิกูลจำนวนมากได้อีกด้วย
สนใจติดต่อพวกเขาได้ โทร.0-1987-7002
303/10 Naradhiwas Rajanakarindra 24,
Bangkok, Thailand 10120
[ map]
|
|
Send questions about our work to info at palangthai.org,
and website comments to
webmaster at palangthai.org.
|
|