นักวิจัยแฉ"โซลาร์เซลล์หลังคา"เหลว ชาวบ้านกลับไปใช้เทียนเหมือนเดิม
มติชน
Jun 21, 2006
นักวิจัยแฉ"โซลาร์เซลล์หลังคา"เหลว ชาวบ้านกลับไปใช้เทียนเหมือนเดิม

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ชมรมผู้สื่อข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดเสวนาเรื่อง "ความล้มเหลวของพลังงานทางเลือกในประเทศไทย" นางชื่นชม สง่าราศรี กรีเซน นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน กล่าวถึงผลการผลักดันนโยบายด้านพลังงานทางเลือกหรือพลังงานหมุนเวียน ของรัฐบาลตั้งแต่ปี 2545 ว่า พลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนลดลงจากเดิมร้อยละ 17 เหลือร้อยละ 15.8 แต่สัดส่วนการใช้พลังงานฟอสซิล กลับเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 83 เป็น ร้อยละ 84.2 แสดงให้เห็นว่านโยบายของรัฐบาลล้มเหลว เพราะคิดเร็ว ทำช้า ทำให้ไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ

"การส่งเสริมพลังงานทดแทนประเภทเชื้อเพลิงเหลว ได้แก่ ไบโอดีเซล เอทานอล ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญตามแนวพระราชดำริ แต่รัฐบาลกลับไม่สนใจ ไม่สนับสนุนให้มีการผลิตมากขึ้น ทั้งที่คนไทยมีศักยภาพในการผลิตเองได้ รัฐบาลกีดกันไม่ให้ประชาชนผลิตเชื้อเพลิงใช้เอง เช่น บ้านที่ผลิตไบโอดีเซลจะต้องจดทะเบียน แต่มีปัญหาใบอนุญาต ทำให้หลายบ้านต้องผลิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ ซึ่งแตกต่างกับ เอ็นจีวี ที่รัฐบาลกำลังขับเคลื่อนอยู่ในขณะนี้" นางชื่นชมกล่าว และว่านโยบายติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์ หรือที่เรียกกันว่าไฟฟ้าทักษิณ ให้กับหมู่บ้านในถิ่นทุรกันดาร แต่ไม่ได้คิดถึงเรื่อง การบำรุงรักษา และขณะนี้เริ่มเกิดปัญหาแล้ว ล่าสุดอยู่ระหว่างโอนให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดำเนินการต่อ

นายคริส กรีเซ่น นักวิจัยอิสระด้านพลังงาน กล่าวว่า จากการติดตามโครงการไฟฟ้าเอื้ออาทร (Solar Home) ซึ่งเป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรี และมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับกระทรวงพลังงาน ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะตามภูเขาสูงและตามเกาะต่างๆ 230,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ มีไฟฟ้าใช้อย่างทั่วถึงผ่านการติดตั้งของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และผลิตไฟฟ้ากำลัง 120 วัตต์ รองรับการใช้ไฟเท่าที่จำเป็น คือ เพียงพอสำหรับเปิดไฟ 2 ดวง และรับชมโทรทัศน์ขนาด 14 นิ้ว ได้เป็นเวลา 4-5 ชั่วโมงต่อวันนั้น ผลการสำรวจพบว่า หลังจากติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์ไปเพียงแค่ 2 ปี รวม 180,000 ครัวเรือน ระบบอุปกรณ์ขัดข้องถึงร้อยละ 20

"การติดตั้ง 1 ระบบเสียค่าใช้จ่าย 25,000 บาท ขณะนี้ทำไปแล้ว 180,000 ครัวเรือน ในหลายพื้นที่ภาคเหนือ เฉพาะสำรวจภาคสนามใน อ.แม่ระมาด และ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดยบริษัท โซล่าตรอน ซึ่งเป็นผู้รับเหมาติดตั้งระบบ ร้อยละ 80 ปัญหาส่วนใหญ่เจออุปกรณ์ เช่น อินเวอเตอร์เปลี่ยนเป็นกระแสตรงเป็นกระแสสลับ เสียหายร้อยละ 10.1 บัลลาสร้อยละ 9.6 แบตเตอรี่ร้อยละ 5 ส่วนตัวแผงโซลาร์เซลล์พังร้อยละ 0.7 ทั้งที่มีการรับประกันระบบเสียหาย 5 ปี แต่เพิ่งผ่านมา 2 ปี ก็พังแล้ว โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนแบตฯจะเสื่อมได้ง่าย" นายคริสกล่าว และว่าหากเปรียบเทียบกับ พลังงานหมุนเวียนจำพวกไบโอแมส และก๊าซชีวภาพ จะถูกกว่า 3-5 เท่า ขณะนี้ชาวเขาที่ติดแผงโซลาร์เซลล์ลำพังกลับไปใช้เทียนเหมือนเดิม ปัญหานี้จะสรุปเป็นข้อเสนอให้รัฐบาลต่อไป