รุมอัดร่างกม.กิจการไฟฟ้ารับประชาพิจารณ์
ไทยโพสต์
Dec 8, 2005
รุมอัดร่างกม.กิจการไฟฟ้ารับประชาพิจารณ์
"ปิยสวัสดิ์" ฝาก 3 ประเด็น ประชาพิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.ประกอบกิจการไฟฟ้า
จี้รัฐทบทวน โครงสร้างกิจการไฟฟ้า องค์กรกำกับดูแล และโครงสร้างค่าไฟ

เชื่อคนส่วนใหญ่หนุนเข้าตลาดแต่ต้องโปร่งใส ด้านองค์กรผู้บริโภคเสนอเลิก พ.ร.บ.ทุนฯ กฎหมายแปรรูป
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานมูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม เปิดเผยในงานสัมมนา "โครงสร้างกิจการไฟฟ้าและอัตราค่าไฟฟ้า : บริบทที่สำคัญในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การประกอบกิจการไฟฟ้า" ว่า ในการแปรรูปบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) เท่าที่สังเกตผู้คัดค้านมีทั้งที่เห็นด้วยกับการแปรรูปด้วยการนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการ และคัดค้านการแปรรูปทุกรูปแบบ ซึ่งกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับรูปแบบมาจาก 3 ปัจจัย คือ 1.โครงสร้างกิจการไฟฟ้า เพราะไม่เห็นด้วยกับโครงสร้าง Enhance Single Buyer (ESB) ที่เปลี่ยนการผูกขาดโดยรัฐมาเป็นเอกชน ซึ่งไม่มีการแข่งขัน ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะการไม่แยกสายส่ง ทำให้การปรับโครงสร้างองค์กรยากขึ้น ทั้งที่หลายประเทศปรับกิจการไฟฟ้าให้แข่งขันมากขึ้น
2.การกำกับดูแล ควรจัดตั้งองค์การกำกับดูแลที่เป็นกลางและมีกฎหมายมากำหนดอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจนก่อนขายหุ้นในตลาด 3.โครงสร้างค่าไฟฟ้าฐานที่รัฐบาลเปลี่ยนมาใช้ผลตอบแทนการลงทุน (Roic) 8.3% คงที่ 3 ปี แทน Self Financing Ratio หรือ SFR ทำให้ค่าไฟเพิ่มสูงขึ้น เพราะถ้าใช้รูปแบบเดิมค่าเฉลี่ย SFR 3 ปีสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ธนาคารโลกกำหนดไว้ 25% โดยในปี 2549 อยู่ที่ 72.3% ปี 2549 อยู่ที่ 40.5% และปี 2551 อยู่ที่ 37.9% จะทำให้ค่าไฟฟ้าฐานลดลงและการคิดค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) ของเดือน ก.พ.ที่คาดว่าจะเพิ่มสูงถึง 31 สตางค์ต่อหน่วยจะไม่เพิ่มขึ้นมาก ซึ่งแสดงว่ารัฐบาลมองการกระจายหุ้นในตลาดง่ายมากกว่าค่าไฟฟ้าที่จะกระทบต่อประชาชน
ด้านนายพรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การที่ บมจ.กฟผ.ตั้งบริษัทลูกกิจการระบบสายส่ง หรือบริษัท กฟผ.โทรคมนาคม เป็นการใช้ประโยชน์ในสิ่งที่เหลืออยู่ แต่หากนำเข้าตลาดหุ้นในส่วนพื้นที่และสายส่งจะถูกต้องหรือไม่ เพราะขณะทำสัญญาเข้าตลาดฯ ไม่ได้รวมตรงนี้ ซึ่งทั้งหมดเป็นประเด็นที่เกิดจากการทำอะไรไม่ชัดเจน
นางชื่นชม สง่าราศรี กรีเซ่น นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ประกอบกิจการไฟฟ้ามีตั้งแต่ปี 2543 ผ่านไปหลายปีแล้วยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนมีการฟ้องร้อง และศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ระงับการกระจายหุ้นของ บมจ.กฟผ. หลังจากนั้น 1 อาทิตย์จัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้า (เรกกูเลเตอร์) และอีก 2 อาทิตย์ทำประชาพิจารณ์ ซึ่งเกรงว่าเกมจะอยู่ในมือเรกกูเลเตอร์นานเกินไปในการรับลูกส่งต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)
นางสาวสายรุ้ง ทองปลอน ผู้จัดการสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค กล่าวว่า หากรัฐบาลยอมถอยออกมาก้าวหนึ่งแล้วมาตั้งหลักใหม่จะดีกว่า หากยังยืนยันทำอย่างนี้ต่อไปจะเหมือนกับการลักไก่มากกว่า โดยรัฐบาลควรล้มเลิก พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจฯ และยกเลิก พ.ร.บ.รัฐวิสาหกิจ โดยไม่ต้องรอศาลปกครองสูงสุดตัดสิน
ทั้งนี้ ในวันที่ 8 ธ.ค.กระทรวงพลังงานจะเปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องร่าง พ.ร.บ.การประกอบกิจการไฟฟ้า เพื่อนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงร่างกฎหมาย