|
Palang Thai
|
  |
กลุ่มใหม่ สอท.พลังงานทดแทนผู้ผลิตไฟฟ้า
สภาอุตสาหกรรมฯ (สอท.) เตรียมสถาปนา 2 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ กลุ่มพลังงานทดแทน กับกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้า รองรับนโยบายพลังงานแห่งชาติ ให้มีการรวมตัวสมาชิกสร้างความเข้มแข็ง การบริหารงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แนะรัฐตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกนายเกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เร็วๆ นี้สภาอุตสาหกรรมฯจะมีการสถาปนากลุ่มอุตสาหกรรมขึ้นใหม่อีก 2 กลุ่มคือ กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตไฟฟ้า กับกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน ส่งผลให้สภาอุตสาห กรรมฯมีกลุ่มอุตสาหกรรมเพิ่มเป็น 35 กลุ่ม จากปัจจุบันที่มีอยู่ 33 กลุ่ม โดยในส่วนของการจัดตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตไฟฟ้า มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ผลิตไฟฟ้าเกิดประสิทธิภาพในการบริหารงาน ด้วยการรวมกลุ่มประสานงานให้ความช่วยเหลือระหว่างกันทั้งภาครัฐและเอกชน การเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับภาครัฐ การเป็นศูนย์กลางการติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล ให้การดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน และรักษาผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าภายในประเทศ รวมถึงการขยายการผลิตไฟฟ้าในต่างประเทศด้วย "ในเบื้องต้นทางกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตไฟฟ้าคาดว่าจะมีบริษัทเอกชนเข้าร่วมเป็นสมาชิกทั้งสิ้น 30 ราย ครอบคลุมกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าทั้งขนาดเล็ก ไปถึงขนาดใหญ่ และหากบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) เสร็จสิ้นการแปรรูปเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ คิดว่าน่าจะมาเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มด้วย ซึ่งก็จะทำให้กลุ่มของผู้ผลิตไฟฟ้ามีความเข้มแข็ง มีการประสานงานและเอื้อประโยชน์กันมากขึ้น" นายเกียรติพงศ์กล่าว ด้านนายพิชัย ถิ่นสันติสุข ที่ปรึกษาประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวถึงการจัดตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนว่ามีวัตถุประสงค์ในลักษณะคล้ายกับการจัดตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตไฟฟ้า กล่าวคือ 1)เป็นการรวบรวมผู้ที่มีธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและผู้มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องให้เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน อาทิ โรงงานผลิตเอทานอล, ไบโอดีเซล, โซลาร์เซลล์, พลังงานจากขยะ เป็นต้น เพื่อจะนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคของอุตสาหกรรมให้รัฐบาลได้รับทราบ และกำหนดเป็นนโยบายต่อไป 2)เพื่อเป็นศูนย์กลางแหล่งข้อมูลด้านพลังงานทดแทน เสนอแนวทางให้การดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน และ 3)ให้เกิดอำนาจการต่อรองในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เบื้องต้นคาดว่าจะมีบริษัทเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มประมาณ 50 ราย โดยสมาชิกที่เข้าร่วมจะแบ่งประเภทธุรกิจออกเป็น 5 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจพลังงานจากแสงอาทิตย์, ธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ, ธุรกิจพลังงานชีวมวล, ธุรกิจพลังงานก๊าซชีวภาพ และกลุ่มธุรกิจพลังงานลม/ น้ำ/ไฮโดรเจน รวมถึงผู้ผลิตเครื่องจักรและเจ้าของเทคโนโลยีสำหรับพลังงานทดแทน "ปัจจุบันอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนค่อนข้างพัฒนาได้ลำบาก เพราะวัตถุขาดแคลน ขาดการวิจัยและพัฒนา รัฐบาลเองก็ไม่ได้ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่เป็นนโยบายวาระแห่งชาติ เป็นอุตสาหกรรมที่มีอนาคต ผู้ประกอบการเองก็อยู่กันอย่างกระจัดกระจาย การดำเนินการไม่ได้อยู่ในทิศทางเดียวกัน เอกชนบางรายมีการผลิตไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ซึ่งการรวมกลุ่มนี้ก็จะสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรม ได้มีการดำเนินการไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น สามารถเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะให้รัฐบาลได้รับทราบ กำหนดเป็นนโยบายการสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้ได้อย่างถูกทาง" นายพิชัยกล่าว โดยรัฐบาลควรจะตั้งเป้าหมายอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนให้เป็นศูนย์กลางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อจะได้มีการวางกลยุทธ์และการพัฒนาของอุตสาหกรรมนี้ให้ชัดเจนและจริงจังมากขึ้น |