|
Palang Thai
|
  |
หุ้น กฟผ. จุดไฟติด
เงินไทย แบงก์พัน จะมีน้ำหนัก 100 กรัมแบงก์ไทยใบละพัน จำนวน 1,000 ใบ เท่ากับ 1 ล้านบาท จะมีน้ำหนักเท่ากับ 1 กิโลกรัม คุณประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด แถลงว่า ผลประกอบการของ ปตท.ในระยะ 6 เดือนแรกของปี 2548 หรือตั้งแต่มกราคมถึงสิ้นมิถุนายน ทำเงินได้ 417,453 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 44,351 ล้านบาท 6 เดือนแรกของปีนี้ ปตท.ฟันกำไรไปแล้ว 44,351 ล้านบาท และเมื่อสิ้นปี ทั้ง 12 เดือนก็คาดว่า ปตท.จะต้องมีกำไรอีกไม่น้อยกว่า 4 หมื่นล้านบาท รวมแล้ว ปตท.จะโกยกำไรในปีนี้ไม่น้อยกว่า 88,000 ล้านบาท เงินไทยแบงก์ใบละพัน 88,000 ล้านบาท ก็เท่ากับว่าหนัก 88,000 กิโลกรัม หรือเท่ากับ 88 ตัน รถสิบล้อของ ป๋าเหนาะ ให้ใส่เต็มที่ไปเลยคันละ 28 ตัน จะต้องใช้ 3 คัน กับรถกระบะอีก 2 คัน จึงจะขนเงินที่เป็นกำไรของ ปตท.ได้ทั้งหมด ปี 2547 ปตท.ได้กำไร 62,666 ล้านบาท ความจริงท่านไม่ได้ขนเงินกำไรของ ปตท.กลับบ้านด้วยรถสิบล้อ อย่างที่ว่ามาแต่ต้น แต่ที่ต้องเปรียบเทียบด้วยวิธีนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างง่ายสำหรับระดับประชาชน และเพื่อให้เกิดความอิจฉา ที่ยกกำไรอันมหาศาลของ ปตท.ขึ้นมาในวันนี้ เพื่อแสดงให้คนไทยได้ประจักษ์ว่า เราถูกรัฐวิสาหกิจในตลาดหลักทรัพย์ของรัฐบาลขูดรีดอยู่อย่างไร ขณะที่ชาวบ้านตาดำๆ ใช้น้ำมันที่มีแต่ขยับแพงขึ้นทุกวันนั้น คนกลุ่มหนึ่งที่มีทุนมาก ได้หุ้น ปตท. ทั้งที่ได้โดยอิทธิพลการเมือง และได้โดยไปซื้อเอาในตลาด พากันกอบโกยกำไรอย่างมหาศาล กำไรน้ำมันคือน้ำตาคนไทย จากสภาพกำไรบนน้ำตาของคนไทยอย่างนี้ เมื่อองค์กรอิสระ สมาพันธ์ประชาธิปไตย และพรรคประชาธิปัตย์ จับมือกันคัดค้าน การแปรรูป กฟผ.เอาหุ้นเข้าไปขายในตลาดหลักทรัพย์ น่าจะกลายเป็นกรณีให้ จุดไฟติดได้ กำไร ปตท.จะทำให้หุ้น กฟผ.จุดไฟติด จุดไฟติดที่ว่านี้หมายถึง สามารถที่จะปลุกกระแสประชาชนคนไทย ให้ลุกขึ้นมาขัดขวางการสวาปามหุ้น กฟผ.ได้ในระดับหนึ่ง วันที่หุ้น ปตท.เข้าตลาด 6 ธ.ค.44 คนไทยไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่ เพราะวันนั้นน้ำมันยังไม่แพง และนักการเมืองที่ได้หุ้นก็เกือบตาย เพราะระยะแรกๆ หุ้น ปตท.ต่ำกว่าราคาจอง คนที่มีเค้ายาวและเงินเย็นเท่านั้นจึงสามารถถือได้ และเมื่อข้ามเขตต่ำกว่าราคาจองแล้ว ราคาก็พุ่งพรวดขึ้น คนเงินเยอะ ได้เปรียบเสมอในประเทศไทย วันนี้คนเงินเยอะที่ช้อนหุ้น ปตท.เอาไว้รวยเป็นบ้าไปแล้ว อีกปมหนึ่งที่คนไทยไม่รู้สึกว่าตัวเองเสียหาย จากการที่รัฐบาลไทยรักไทย เอารัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหุ้นก็เพราะ หลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อที่ว่า จะทำให้การบริการเป็นมาตรฐาน ไม่ขึ้นราคา และรัฐบาลไม่ต้องค้ำประกันเงินกู้ ทำให้หนี้สาธารณะไม่โป่ง รัฐบาลมีช่องว่างไปกู้เงินมาทำโครงการอย่างอื่นให้ประชาชนได้ และคนไทยนั้นเลือดหัวไม่ตกไม่รู้สึก แต่เวลานี้เริ่มรู้สึก จากกำไรที่มหาศาลของ ปตท. และค่าไฟฟ้าฐานก็ได้ปรับขึ้นทันทีที่ ครม.ทักษิณ อนุมัติให้ กฟผ.เข้าตลาดหุ้นได้ เมื่อวันอังคารที่ 30 ส.ค.48 ท่านเอาค่าเอฟที มารวมเป็นค่าไฟฐาน ทำให้ค่าไฟฐานเพิ่มพรวดจาก 2.25 บาทต่อหน่วย เป็นหน่วยละ 2.72 เท่ากับค่าไฟฟ้าขึ้นไปแล้วอย่างทันที หน่วยละ 47 สตางค์ เพื่ออะไร เพื่อเอาใจนักเล่นหุ้น หุ้นยังไม่เข้าตลาดโอ๋กันขนาดนี้แล้ว ในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 30 ส.ค.48 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สั่งกำชับเด็ดขาด ห้ามรัฐมนตรีมีหุ้น กฟผ.เพื่อไม่ให้แสลงใจประชาชน คราวแจกหุ้น ปตท.ไม่มีรัฐมนตรีคนใดมีชื่อว่าได้หุ้น คนที่ได้ใส่ไว้ในชื่อคนอื่นทั้งนั้น คราวนี้ก็จะทำอีก แต่อย่าลืมว่าวันนี้คนไทยฉลาดขึ้น เห็นแล้ว ปตท.กำไรเบิกบานมหาศาลอย่างไร ประกอบกับรัฐบาลกำลังเซ และตกต่ำทุกด้านอย่างนี้ ขบวนการต่อต้าน กฟผ.เข้าตลาด มีหวังจุดกระแสติด |