กังหันลมผลิตไฟฟ้า ความรู้สู่ชุมชนจากมร.สน.
ข่าวสด
Jun 5, 2008
by สุพจน์ สอนสมนึก
จากภาวการณ์ขาดแคลนพลังงานและปริมาณค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างมหาศาลโดยไม่มีแนวโน้มที่จะลดลง เป็นเหตุให้ประเทศไทยต้องเสียดุลการค้าระหว่างประเทศมาโดยตลอด รัฐบาลเองมีนโยบายสนับสนุนการพัฒนาพลังงานทดแทน พร้อมรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันอนุรักษ์พลังงาน

ดังนั้นคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร (มร.สน.) จึงจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการทำกังหันลมผลิตไฟฟ้า ตามโครงการจัดการอนุรักษ์พลังงานในชุมชน ในช่วงวันที่ 19-24 มี.ค. ที่คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

ในการอบรมได้เชิญ นายบรรจง ขยันกิจ "มนุษย์กังหันลม" และ นายชาติชาย ภาคีนุยะ หัวหน้าศูนย์ก๊าซชีวภาพ และการพึ่งพาตนเอง จ.เชียงใหม่ เป็นวิทยากรให้ความรู้พร้อมฝึกปฏิบัติการ

ผศ.ภวัต มิสดีย์ รองคณบดีฝ่ายบริหารและแผนงาน คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มรสน. พูดถึงโครงการนี้ว่า จัดขึ้นเพื่อบริการวิชาการแก่ชุมชน เนื่องจากคณะฯ มีศักยภาพที่เอื้อต่อการให้ความรู้และเป็นผู้นำด้านการผลิตเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกเพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่น จึงจัดโครงการนี้ขึ้น

โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ชาวบ้าน และอาจารย์ผู้สอนด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมในจังหวัดสกลนคร นครพนม และหนองคาย เข้าร่วมอบรม นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความตระหนักถึงการใช้พลังงานทางเลือกและร่วมรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนซึ่งเป็นปัญหาที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไข

ในการอบรมผู้เข้าร่วมอบรมได้ช่วยกันสร้างกังหันลมผลิตไฟฟ้าขึ้นมา โดยกังหันลมที่ผู้เข้าร่วมอบรมผลิตขึ้นได้นำไปติดตั้งอยู่ 2 จุด คือ ที่ยอดเขาพระธาตุภูเพ็ก (วัดพระธาตุภูเพ็ก) ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เพื่อถวายความสะดวกด้านสาธารณูปโภคแด่พระภิกษุสงฆ์ เนื่องจากวัดพระธาตุภูเพ็กยังไม่มีไฟฟ้าใช้

และที่ชั้น 9 อาคาร 10 ของมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นต้นแบบและเป็นที่ศึกษาดูงานด้านการผลิตกังหันลมผลิตไฟฟ้าให้กับนักศึกษา ชาวบ้านและหน่วยงานต่างๆ ที่สนใจ เพื่อเป็นการบริการวิชาการแก่สังคมตามภารกิจของมหาวิทยาลัย

สำหรับคุณสมบัติของกังหันลมผลิตไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นนี้ มีคุณสมบัติพิเศษสามารถส่ายหาลมเองได้ โดยใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น และวัสดุเหลือใช้ เช่นดุมรถยนต์ ต้นทุนของกังหันลม อยู่ที่ 4- 5 หมื่นบาท แต่ใช้ได้นานและคุ้มค้า ไม่ต้องเสียค่าไฟฟ้ารายดือน การบำรุงรักษา ส่วนใหญ่จะรักษาแบตเตอรี่เป็นหลัก เช่นเติมน้ำกลั่น ดูแล แบตเตอรี่

การติดตั้งจะต้องให้สูงกว่าสิ่งกีดขวางทางลม มีกำลังสูงสุด 2.5 กิโลวัตต์ เป็นการปั่นไฟได้แบบกระแสตรง เพื่อเก็บในแบตเตอรี่ และเวลาใช้งานผ่านหม้อแปลงไฟฟ้ากระแสสลับ ซึ่งสามารถใช้ได้ตามบ้านเรือนทั่วไป

กังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า 1 กิโลวัตต์ สามารถใช้กับหลอดไฟขนาด 40 วัตต์ ได้จำนวน 25 หลอด และอายุการใช้งานใช้ได้นับสิบปี ทนทาน แต่แบตเตอรี่ จะสามารถได้ 2 ปี

ข้อแนะนำของและขนาดที่ทางมร.สน.แนะนำแก่ผู้ที่คิดจะติดตั้งนั้น ควรจะเป็นขนาด กำลังสูงสุด 2.5 กิโลวัตต์ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งครอบครัว เปิดทีวี พัดลม รีดผ้า ฯลฯ

นายวิทยา ตุพิลา นักศึกษาปี 4 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เล่าว่า การอบรมครั้งนี้ทำให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับหลักการต่อวงจร การก่อกำเนิดไฟฟ้า และการผลิตกังหันลมผลิตไฟฟ้าซึ่งสามารถใช้งานได้จริง โดยจะนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์การผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้า อาทิ จักรยานออกกำลังกาย ลู่วิ่งออกกำลังกายรอบสวนสุขภาพหนองหญ้าไซ มหาวิทยาลัยของเรา เป็นต้น

"อยากให้คณะจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการประหยัดพลังงานที่ถูกต้องและเหมาะสม เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนที่เราต้องร่วมมือกันแก้ไข ยิ่งปัจจุบันปัญหาการขาดแคลนในเรื่องพลังงาน ซึ่งจะต้องหาทางนำพลังงานที่มีอยู่มาใช้ที่สำคัญปัญหาโลกร้อนเป็นปัญหาที่ทุกคนต้องตระหนัก" นายวิทยากล่าว

นายชัชวาล ไชยเพชร นักศึกษาชั้นปี 4 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม บอกว่า การอบรมครั้งนี้ทำให้ได้รับความรู้ความเข้าใจในหลักการทำงานของระบบกังหันลม และการใช้พลังงานจากลม ซึ่งเป็นพลังงานที่สะอาดที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ซึ่งความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปพัฒนา และประยุกต์ใช้ในการนำพลังงานจากน้ำมาขับกังหันโดยนำกังหันลมต่อเข้ากับเครื่องสูบน้ำโดยตรง เพื่อใช้ประโยชน์ในการสูบน้ำ เป็นต้น อยากให้คณะจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้พลังงานชีวภาพที่มีอยู่มากในจังหวัดสกลนครเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนในชุมชนและทั่วไป

นายบุญเชื่อม โพธิราช เกษตรกร ชาวบ้านนาสาวนาน ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร อีกคนหนึ่งที่ได้เข้ารับการอบรม ให้ความเห็นว่า สำหรับชาวบ้านแล้วนับเป็นประโยชน์อย่างมากที่มีโอกาสได้สัมผัสกับกังหันลมผลิตไฟฟ้าของจริงซึ่งเป็นประโยชน์กับครัวเรือน และท้องถิ่นอย่างมาก ซึ่งเป็นผลจากการได้รับความรู้ การฝึกปฏิบัติ

"แล้วผมจะนำไปถ่ายทอดให้กับคนในชุมชน และหากมีทุนสนับสนุนผมจะช่วยกันผลิตขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในโรงเรียนต่อไป และมองว่าเป็นประโยชน์การลงทุนก็ไม่สูง และไม่สิ้นเปลืองแรงงานหรือพลังงานอื่น อาศัยธรรมชาติเท่านั้นก็สามารถทำให้มีพลังมาทดแทน หากทุกท้องถิ่นมีอย่างนี้ปัญหาการใช้พลังงานก็ไม่น่าจะมีปัญหาอีกต่อไป หากรัฐบาลหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องไม่สนใจหันมาใส่ใจปัญหาภาวะโลกร้อนและอื่นจะเพิ่มมากยิ่งขึ้น" นายบุญเชื่อมกล่าวแสดงความรู้สึก

นายอติชัย ดวงนิล อาจารย์จากวิทยาลัยการอาชีพนาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม เล่าว่า ได้รับความรู้ในการที่จะนำพลังงานที่มีอยู่มาพัฒนาเป็นพลังงานทดแทนได้ โดยความรู้ที่ได้รับจากการอบรมสามารถนำไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนนักศึกษา ตลอดจนสามารถนำไปพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในอนาคตอยากให้คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มร.สน.จัดโครงการอบรมเกี่ยวกับการใช้เครื่องจักรกลและการนำพลังงานความร้อนมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้นและมีการขยายผลไปยังชุมชน เพราะเราต้องช่วยกัน โดยเฉพาะปัญหาโลกร้อน ที่ชี้ให้เห็นชัดเจนก็คือ วิกฤตที่เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าการเกิดพายุไชโคลน และแผ่นดินไหวที่มีผู้คนเสียชีวิตจำนวนมาก

ด้าน นายปัญญา มหาชัย อธิการบดี มร.สน. กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้มหาวิทยาลัยตระหนักถึงเรื่องของชุมชนเป็นหลัก ตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่จะมุ่งเน้นพัฒนาท้องถิ่น ดังนั้นปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันทั้งเรื่องของพลังงานในโลกที่ลดลง ตลอดจนภาวะโลกร้อน จึงได้จัดโครงการกังหันลมผลิตไฟฟ้า ขึ้นเพื่อสร้างพลังงานทดแทน และได้เชิญเครือข่ายของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมอบรมตลอดจนนักศึกษา เชื่อว่าจะทำให้เกิดประโยชน์อย่างมากแก่ชุมชน

"การอบรมครั้งนี้ก็เพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พลังงาน โดยเริ่มจากนักศึกษาและอาจารย์ภายในมหาวิทยาลัย ก่อนจากนั้นก็จะขยายไปยังชุมชน และเครือข่ายของมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครเพื่อทำให้เกิดการช่วยกันตระหนักถึงผลที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหาโลกร้อนที่ทั่วโลกต้องช่วยกัน" นายปัญญากล่าว

เป็นอีกโครงการที่ช่วยนำควงามรู้มาสู่ชุมชน