|
Palang Thai
|
  |
เรารักนิเคลียร์
จากกรณีที่มีการผลักดันให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จำนวน 4 โรง บรรจุอยู่ในแผนการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า ทั้งในแผนหลักและแผนสำรองโดยสำเร็จเด็ดขาดนั้นความดีงามและนัยสำคัญของพลังงานปรมาณูเพื่อสันติแม้เป็นที่ประจักษ์แก่อารยชนชั้นสูงที่เปี่ยมด้วยคุณวุฒิและคุณธรรม แต่ก็อาจไม่เป็นที่ตระหนักรู้โดยทั่วไปในหมู่เหล่าประชาที่อาจจะด้อยการศึกษาจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐ ผู้เชี่ยวชาญและพลเมืองดีจะต้องทำหน้าที่ให้และปลูกฝังความรู้ความเข้าใจและทัศนคติที่ถูกต้องแก่ประชาชนและคนรุ่นหลังสืบไป บทความนี้เป็นความพยายามหนึ่งที่จะนำเสนอความประเสริฐเลิศล้ำของพลังงานนิวเคลียร์อย่างเป็นกลาง ไม่เข้าใครออกใคร และโดยปราศจากผลประโยชน์ทางธุรกิจจากอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ไม่ว่าโดยตรงและโดยอ้อม หลักการและเหตุผลที่เราคนไทยควรรักนิวเคลียร์อย่างจับจิตจับใจสรุปได้ดังนี้ งดงามลึกซึ้ง : ศาสตร์แห่งปรมาณูถือเป็นศาสตร์ชั้นสูงสุดยอดที่มีความน่าฉงนหลงใหลอนุภาคในมวลเพียงน้อยนิดของยูเรเนียมหากเปิดโอกาสให้ได้พุ่งกระแทกชนกันอย่างคลั่งไคล้ จะสามารถแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังในการทำลายล้างอย่างมหาศาลและงดงามราวดอกเห็ด และกระบวนการเดียวกันนี้เองก็สามารถนำมาใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อสันติและความสมานฉันท์ได้ สุดทึ่งเทคโนโลยี : จากเชอร์โนบิลถึงวันนี้เทคโนโลยีได้พัฒนาไปไกลจนใกล้ถึงฝั่งแล้ว เตาปฏิกรณ์อยู่ภายใต้เกราะห่อหุ้มแข็งแรงมิดชิดหลาย ๆ ชั้น และระบบการอารักขาป้องกันที่รัดกุมและซับซ้อน ยากที่จะอธิบายแก่ผู้ไม่เชี่ยวชาญ แต่จงเชื่อเถอะว่าปลอดภัยไร้กังวล จะเหลือแค่เพียงเทคโนโลยีที่การกำจัดกากกัมมันตรังสีที่รอคนรุ่นหลังหัวใสคิดค้นวัสดุเหนือธรรมชาติที่ถาวรและทนทานต่อการกัดกร่อนของรังสีอันตรายจากกากกัมมันตรังสีอายุยืนนานนับแสนปี เป็นศรีแก่บ้านเมือง : ประเทศไทยจะขาดนิวเคลียร์ไม่ได้ หากเรามุ่งเน้นที่จะทะยานสู่ความเป็นอารยประเทศที่พัฒนาแล้วอย่าง อเมริกา ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น แม้แต่ อินเดีย ปากีสถาน อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ก็มีพลังงานปรมาณู (ทั้งสินติและไม่สันติ) แล้วทั้งสิ้น ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยเราจะต้องก้าวตามประเทศเหล่านี้ให้ทัน เตาปฏิกรณ์ปรมาณูที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก และสนามบินสุวรรณภูมิ คือประจักษ์พยานของความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา แต่เราจะต้องก้าวไปอีกขั้น จะต้องแสดงให้โลกเห็นว่าคนไทยพร้อมสำหรับเทคโนโลยีซับซ้อนสูงส่งปลอดภัยอย่างนิวเคลียร์ และพร้อมที่จะจัดระเบียบสังคมให้รู้บทบาทหน้าที่และมีวินัยเยี่ยงทหาร เพื่อรองรับมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดกวดขัน แล้ววันนั้นชนชาติไทยจะสามารถสร้างความภาคภูมิใจในฐานะประเทศแห่งอารยธรรมและความเจริญ เรื่องความมั่นคงชาติ : เพื่อนบ้านและคู่แข่งทางการค้าอย่างจีน เวียดนาม และอินโดนีเซีย ล้วนมีแผนพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ที่ชัดเจน หรือแม้แต่พม่าก็ได้เซ็นสัญญาซื้อเตาปฏิกรณ์ปรมาณูจากประเทศรัสเซียเป็นที่เรียบร้อยแล้วการที่ประเทศเราถูกรายล้อมทั้ง 4 ทิศ ด้วยพลังงานปรมาณู (เพื่อสันติโดยส่วนใหญ่) หากมีอุบัติเหตุ (ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยมาก ๆๆ) เกิดขึ้น เราคงหนีไม่พ้นที่จะได้รับความอารีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัมมันตภาพรังสีข้ามพรมแดน ดังนั้น ประเทศไทยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะต้องพัฒนาพลังงานปรมาณู (เพื่อสันติ) ด้วยเพื่อไม่ให้น้อยหน้า หรืออย่างน้อยก็เพื่อความอุ่นใจว่าเราจะไม่อยู่ในสถานะตั้งรับเพียงอย่างเดียวแต่จะเป็นฝ่ายกระทำได้ด้วยในบางครา อันเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงและความสงบสุขของชาติ แสนสะอาดบริสุทธิ์ : โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ไม่ปล่อยควันหรือก๊าซเรือนกระจกเหมือนโรงไฟฟ้าอื่น ๆ จึงถือเป็นพลังงานสะอาดบริสุทธิ์ ดุจอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนซึ่งเป็นมรดกบาปจากการใช้พลังงานฟอสซิลอย่างเกินเลยและสิ้นเปลืองในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนเรื่องกากนิวเคลียร์นั้นจะไม่เป็นปัญหาอย่างแน่นอน (อย่างน้อยสำหรับชนรุ่นขิงแก่ขึ้นไป) เราจึงควรภาคภูมิใจที่จะได้สร้างและทิ้งมรดกกองกากนิวเคลียร์อันล้ำค่าไว้ให้แก่ชนรุ่นหลังได้ดูแลสืบทอดตลอดไปนาน...นับแสนปี ยุทธศาสตร์พลังงานทางเลือก : ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านิวเคลียร์เป็น “พลังงานทางเลือก” ที่ต้องได้รับการพิจารณา เพราะในทุก ๆ “ทางเลือก” ของการพิจารณาแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า แผนแม่บทที่กำหนดการลงทุนระยะยาวที่เพิ่งได้รับการอนุมัติโดย ครม. เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ล้วนบรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จำนวน 4โรง ไว้ทั้งสิ้น นิวเคลียร์จึงเป็น “ทางเลือก” ที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลย นอกจากนี้ พลังงานนิวเคลียร์ยังมีต้นทุนที่ถูกมาก ๆ อีกด้วย (ไม่นับรวมค่าประชาสัมพันธ์ ค่าประกันความเสี่ยง ค่าเบี้ยเลี้ยงกรรมการผู้เชี่ยวชาญนับร้อยที่ถูกเกณฑ์มาช่วยเตรียมการ และงบประมาณสร้างและอบรมบุคลากรทั้งในและต่างประเทศ) หากขาดพลังงานนิวเคลียร์ประเทศไทยคงหนีไม่พ้นที่จะต้องเสี่ยงอยู่ในความมืดมิดใต้แสงเทียน ต่อเฮือกลมหายใจให้เศรษฐกิจ : คงไม่ใช่การพูดเกินจริง หากจะเปรียบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นยาสามัยประจำบ้านที่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่ปัญหาเศรษฐกิจ ในยามที่เศรษฐกิจป่วยเพราะขาดดุลการค้าและเงินทุนสำรองต่างประเทศร่อยหรอโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สามารถช่วยได้เพราะทำให้ลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลและลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศ หรือในยามที่เศรษฐกิจตกสะเก็ดเพราะเงินบาทแข็งค่าเงินทุนสำรองต่างประเทศพอกพูนดังเช่นในปัจจุบันการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็แก้ปัญหาได้เช่นกันเพราะการลงทุนจะต้องใช้เงินมหาศาลในการนำเข้าทั้งเทคโนโลยี อุปกรณ์ เชื้อเพลิง และระบบความปลอดภัยต่าง ๆ สร้างความต้องการใช้เงินตราต่างประเทศนับแสนล้าน เงินบาทจึงมีเสถียรภาพเพิ่มขึ้นทันตาเห็น ตรงตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทุกประการ ดังนั้น ไม่ว่าในสถานการณ์ใด หากอยากพัฒนาเศรษฐกิจไทยต้องใช้...นิวเคลียร์ ด้วยคุณความดีประการทั้งปวง พวกเราชาวไทยจะร่วมยินดีพร้อมใจสนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในแดนสุวรรณภูมิของเรา และไม่มีที่อื่นใดอีกแล้วที่จะเหมาะสมควรแก่การเป็นทำเลทองที่ตั้งโรงไฟฟ้าเท่ากับกรุงเทพมหานครทั้งนี้เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่เมืองหลวงของเราเพื่อภาพลักษณ์ใหม่ที่โดดเด่นทันสมัยเคียงคู่สนามบินสุวรรณภูมิ และเพื่อให้กรุงเทพฯ สว่างไสวตลอดไปไม่ติดขัด (เพราะไฟจากนิวเคลียร์ไม่สามารถดับได้และไม่มีวันดับ) ในวาระครบรอบ 62 ปีของการแสดงแสนยานุภาพพลังงานปรมาณูรูปดอกเห็ดที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ เมื่อวันที่ 6 และ 9 สิงหาคมที่ผ่านมานี้เราชาวไทยทุกคนควรระลึกถึงคุณูปการอันใหญ่หลวงของพลังงานปรมาณู และขอให้พลังงานปรมาณูจงเจริญ.... |