เศรษฐกิจพอเพียง กับนโยบายพลังงาน
ฐานเศรษฐกิจ
Nov 13, 2006
รัฐได้กำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงหนึ่งปีจากนี้ไปโดยยึดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยการใช้หลักคุณธรรมกำกับการพัฒนาเศรษฐกิจในระบบตลาดเสรี เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเปรียบเสมือนรากแก้วของประเทศ เศรษฐกิจระบบตลาด และเศรษฐกิจส่วนรวม ให้มีส่วนร่วมในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบความยั่งยืนและความพอดี


ขณะที่นโยบายด้านพลังงานของรัฐได้กำหนดไว้คือจะ ส่งเสริมประสิทธิภาพ และประหยัดการใช้พลังงาน การพัฒนาและใช้ประโยชน์พลังงานทดแทน การสำรวจและพัฒนาแหล่งพลังงานทั้งภายในประเทศ และนอกประเทศ รวมถึงเขตพัฒนาร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้าน การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การกำหนดโครงสร้างราคาพลังงานที่เหมาะสมและการปรับโครงสร้างการบริหารกิจการพลังงานให้เหมาะสมโดยแยกงานนโยบายและการกำกับดูแลให้มีความชัดเจน รวมทั้งส่งเสริมการแข่งขันในธุรกิจพลังงานในระยะยาว และการศึกษาวิจัยพลังงานทางเลือก


แม้ว่านโยบายพลังงานของรัฐบาลจะไม่แตกต่างไปจากรัฐบาลที่ผ่านมามากนัก แต่ได้เน้นความสำคัญหลายๆ ประเด็น ซึ่งบางประเด็นควรต้องชี้แจงต่อประชาชน อาทิ โครงสร้างราคาพลังงานที่เหมาะสมคืออะไร โครงสร้างราคาน้ำมันที่ถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นธรรมต่อประชาชนนั้นเป็นอย่างไร และโครงสร้างราคาที่เป็นธรรมควรจะเป็นอย่างไร เพราะถ้ารัฐไม่เปิดเผย หรือปล่อยให้ผู้ค้าน้ำมันชี้แจงฝ่ายเดียวอาจทำให้ประชาชนยังคลางแคลงใจได้ และหากโครงสร้างราคาไม่มีความชัดเจน ผู้ประกอบการอาจไม่มั่นใจในทิศทางที่รัฐจะ ส่งเสริมการแข่งขันในธุรกิจพลังงาน ทำให้ชะลอการลงทุนใหม่ๆ ได้ การส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานสะอาดจะทำให้คุณภาพสิ่งแวดล้อมดีขึ้น แต่ควรชี้แจงให้ประชาชนได้ทราบว่าการใช้พลังงานที่สะอาดขึ้นย่อมทำให้ประชาชนมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น โดยเฉพาะการที่รัฐจะปรับเปลี่ยนคุณภาพน้ำมัน เป็นมาตรฐานยูโร 4 ในอนาคตอันใกล้นั้น จะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นพอสมควร แต่ถ้าทำให้ประชาชนมีสุขภาพดีขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลก็ควรที่จะส่งเสริม โดยมีเป้าหมายของกรอบเวลาการดำเนินการที่ชัดเจน


การส่งเสริมและพัฒนาพลังงานทดแทน เป็นนโยบายที่ดีที่ควรดำเนินการต่อ แต่ควรนำเป้าหมายปริมาณการใช้พลังงานทดแทนมาพิจารณาว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยคำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล เช่น เป้าหมายที่จะผลิตไบโอดีเซลถึง 8.5 ล้านลิตรต่อวัน โดยต้องไปปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้าน นั้นมีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด เพราะผู้ที่ได้รับประโยชน์ คือ เกษตรกรต่างชาติ และนายทุนคนไทยเพียงไม่กี่คน อีกทั้ง เมื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง รัฐต้องให้การสนับสนุนด้วยการไม่เก็บภาษีต่างๆ ทำให้มีค่าใช้จ่ายมากกว่าการนำเข้าน้ำมันมาใช้ในประเทศ รัฐควรส่งเสริมให้มีการปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศเท่าที่มีพื้นที่เพาะปลูกได้เท่านั้น ไม่ควรทำให้เกิดการบุกรุกป่า เพราจะก่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมตามมา การศึกษาวิจัยพลังงานทางเลือกอื่นๆ นั้นควรส่งเสริมโดยเฉพาะในด้านงบประมาณให้เพียงพอ ตลอดจนสนับสนุนให้ภาคเอกชน ดำเนินการวิจัยด้วยเช่นกัน เพื่อลดต้นทุนการผลิต และประหยัดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ


เป็นการดีที่รัฐจะแยกงานนโยบาย และการกำกับดูแลออกจากกัน เพราะที่ผ่านมาเป็นที่สงสัยของประชาชนทั่วๆ ไปว่าอาจไม่มีความโปร่งใสมากพอ ดังนั้น เป็นโอกาสดีที่รัฐจะเข้ามาดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน อีกทั้งหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต้องการให้เกิดความชัดเจนด้วยเช่นกัน การสำรวจและพัฒนาแหล่งพลังงาน โดยเฉพาะเขตพัฒนาร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้าน นั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในการลดการนำเข้าพลังงาน และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน ดังนั้นควรรีบดำเนินเจรจาและบรรลุข้อตกลงร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านโดยยึดหลักผลประโยชน์ร่วมกัน


การประหยัดพลังงานเป็นนโยบายสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีหลายๆ มาตรการที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นรัฐจึงควรส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนมาตรการการดำเนินการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น