จี้ปตท.ลดกำไร ลดต้นทุนค่าไฟ ดันองค์กรอิสระ
เมื่อวันที่ 23 ส.ค. สหพันธ์องค์กรผู้บริโภคจัดสัมมนา "องค์กรอิสระกำกับกิจการไฟฟ้า จะมีจริงในสังคมไทยและเป็นอิสระได้จริงหรือไม่" โดยนางชื่นชม สง่าราศรี กรีเซ็น ตัวแทนจากกลุ่มพลังไท

เปิดเผยว่า หากบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) แปรรูปเข้าตลาดหลักทรัพย์ย่อมมีทิศทางเปลี่ยนไปมุ่งเน้นผลกำไรในกิจการตลาดหลักทรัพย์เป็นหลัก ซึ่งรัฐบาลกำหนดให้ กฟผ.ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ภายในปีนี้ แต่กรอบของการจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลภายใต้การดูแลของกระทรวงพลังงานกลับล่าช้า จึงสมควรให้เร่งการจัดตั้งองค์กรอิสระ เพราะจากการศึกษาประเทศต่างๆ ในกลุ่มกำลังพัฒนาล้วนมีองค์กรอิสระกำกับดูแลทั้งสิ้น
นายวิฑูรย์ เพิ่มพงศาเจริญ ตัวแทนจากมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและสิ่งแวดล้อม กล่าวเห็นด้วยกับการเสนอร่าง พ.ร.บ.ให้รวมก๊าซธรรมชาติเข้ามาอยู่ในกลุ่มพลังงาน โดยดูตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพราะ 70% ของไฟฟ้าใช้ก๊าซฯ เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งอยากให้ทบทวนโครงสร้างกิจการไฟฟ้าให้ลดบทบาทนโยบายการกำกับดูแลและการประกอบการที่ซับซ้อนลง โดยเสนอให้แยกบทบาทให้ชัดเจน ให้องค์กรกำกับดูแลมีความอิสระ มี พ.ร.บ.การประกอบกิจการไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติรองรับ ให้ กฟผ.คงบทบาทการผลิตไฟฟ้าเพื่อสาธารณะประโยชน์ และแยกระบบไฟฟ้าให้ชัดเจน
ทั้งนี้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ผูกขาดการซื้อก๊าซฯ และระบบการวางท่อก๊าซฯ ขณะที่ กฟผ.ใช้ก๊าซฯ จาก ปตท.ถึง 70% และเกือบ 80% ของความต้องการใช้ก๊าซฯ ในประเทศเพื่อผลิตไฟฟ้า ซึ่งหาก ปตท.ยอมมีกำไรลดน้อยลงจะทำให้ภาระค่าไฟของประชาชนลดลง เพราะค่าไฟ 42.9% อยู่ที่ ปตท.ในการซื้อก๊าซฯ มาผลิตกระแสไฟฟ้า
สำหรับผลสรุปของการสัมมนา ซึ่งหลายฝ่ายต้องการให้เร่งจัดตั้งองค์กรอิสระกำกับดูแลกิจการไฟฟ้า และมองว่าอีก 5 ปีข้างหน้า ไทยอาจถูกประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามแซงหน้าได้ ถ้าโครงสร้างกิจการไฟฟ้ายังไม่ชัดเจน และองค์กรอิสระยังอยู่ภายใต้รัฐมนตรี.