|
Palang Thai
|
  |
'กรีนพีซ'ร้องไม่เอา'นิวเคลียร์' ในการประชุมอาเซียน+3
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธารา บัวคำศรี ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอาสาสมัครกรีนพีซจำนวน 8 คน ได้ถือป้ายข้อความ 'นิวเคลียร์ไม่ใช่คำตอบ' เดินทางไปยังโรงแรมพลาซ่า แอทธินี ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานประชุม 'อาเซียน+3 ความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์' ( ASEAN+3 Forum on Nuclear Energy Safety) ระหว่างวันที่16 -19 มิถุนายนนี้ เพื่อเรียกร้องให้กลุ่มประเทศอาเซียนเร่งรัดพัฒนาศักยภาพพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพทางพลังงานในภูมิภาคอย่างจริงจัง แทนการผลักดันให้ประชาชนตกอยู่ในความเสี่ยงจากเทคโนโลยีราคาแพงและอันตรายของพลังงานนิวเคลียร์ พร้อมทั้งได้ยื่นหนังสือ 'เรียกร้องนิวเคลียร์ไม่ใช่คำตอบ' ในประเด็นต่างๆ ให้แก่กลุ่มประเทศอาเซียน โดยมีนายชวฤทธิ์ พิชาลัย ผู้แทนจากสำนักงานนโยบายกระทรวงพลังงาน เป็นผู้แทนรับเรื่องดังกล่าวนายธารา กล่าวว่า รัฐบาลไทยต้องตระหนักถึงข้อเท็จจริงว่า พลังงานนิวเคลียร์ไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่สามารถรับประกันความมั่นคงด้านพลังงาน และที่สำคัญยังเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ยังคงตกอยู่ในวังวนของอุบัติเหตุ การโกหกหลอกลวง การปกปิดข้อมูล และความไร้สมรรถภาพ ดังนั้น ขอเรียกร้องให้ผู้นำกลุ่มอาเซียนและรัฐบาลไทยมุ่งสู่การปฏิวัติพลังงานอย่างจริงจัง โดยหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ที่สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แทนที่จะคล้อยตามความพยายามของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ นายธารา กล่าวต่อว่า ข้อมูลล่าสุดยังพบว่า เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ยุคใหม่ได้ส่งสัญญานแห่งความล้มเหลวมากขึ้น ยกตัวอย่าง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟลาแมนวิล ประเทศฝรั่งเศส และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โอกิอูโลโต ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งได้รับการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ให้ทันสมัยและมีระบบปลอดภัยที่สุด โดยเฉพาะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โอกิอูโลโต พบว่ามีการรายงานของหน่วยงานความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ของฟินแลนด์ พบข้อบกพร่องด้านคุณภาพและความปลอดภัยถึง 1,500 จุด ความล้มเหลวเหล่านี้นำไปสู่การเพิ่มความเสี่ยงของอุบัติภัยร้ายแรงได้ สำหรับประเทศไทยมีแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 4 แห่ง แต่ละแห่งต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 36,000 ล้านบาท โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการวางแผนดำเนินการโฆษณาชวนเชื่อซึ่งมีอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ผลักดันอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้คนไทยยอมรับพลังงานนิวเคลียร์ การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ซึ่งยังไม่สายเกินไปที่จะยุติการกระทำแบบนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธารา บัวคำศรี ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอาสาสมัครกรีนพีซจำนวน 8 คน ได้ถือป้ายข้อความ 'นิวเคลียร์ไม่ใช่คำตอบ' เดินทางไปยังโรงแรมพลาซ่า แอทธินี ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานประชุม 'อาเซียน+3 ความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์' ( ASEAN+3 Forum on Nuclear Energy Safety) ระหว่างวันที่16 -19 มิถุนายนนี้ เพื่อเรียกร้องให้กลุ่มประเทศอาเซียนเร่งรัดพัฒนาศักยภาพพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพทางพลังงานในภูมิภาคอย่างจริงจัง แทนการผลักดันให้ประชาชนตกอยู่ในความเสี่ยงจากเทคโนโลยีราคาแพงและอันตรายของพลังงานนิวเคลียร์ พร้อมทั้งได้ยื่นหนังสือ 'เรียกร้องนิวเคลียร์ไม่ใช่คำตอบ' ในประเด็นต่างๆ ให้แก่กลุ่มประเทศอาเซียน โดยมีนายชวฤทธิ์ พิชาลัย ผู้แทนจากสำนักงานนโยบายกระทรวงพลังงาน เป็นผู้แทนรับเรื่องดังกล่าว นายธารา กล่าวว่า รัฐบาลไทยต้องตระหนักถึงข้อเท็จจริงว่า พลังงานนิวเคลียร์ไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่สามารถรับประกันความมั่นคงด้านพลังงาน และที่สำคัญยังเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ยังคงตกอยู่ในวังวนของอุบัติเหตุ การโกหกหลอกลวง การปกปิดข้อมูล และความไร้สมรรถภาพ ดังนั้น ขอเรียกร้องให้ผู้นำกลุ่มอาเซียนและรัฐบาลไทยมุ่งสู่การปฏิวัติพลังงานอย่างจริงจัง โดยหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ที่สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แทนที่จะคล้อยตามความพยายามของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ นายธารา กล่าวต่อว่า ข้อมูลล่าสุดยังพบว่า เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ยุคใหม่ได้ส่งสัญญานแห่งความล้มเหลวมากขึ้น ยกตัวอย่าง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟลาแมนวิล ประเทศฝรั่งเศส และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โอกิอูโลโต ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งได้รับการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ให้ทันสมัยและมีระบบปลอดภัยที่สุด โดยเฉพาะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โอกิอูโลโต พบว่ามีการรายงานของหน่วยงานความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ของฟินแลนด์ พบข้อบกพร่องด้านคุณภาพและความปลอดภัยถึง 1,500 จุด ความล้มเหลวเหล่านี้นำไปสู่การเพิ่มความเสี่ยงของอุบัติภัยร้ายแรงได้ สำหรับประเทศไทยมีแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 4 แห่ง แต่ละแห่งต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 36,000 ล้านบาท โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการวางแผนดำเนินการโฆษณาชวนเชื่อซึ่งมีอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ผลักดันอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้คนไทยยอมรับพลังงานนิวเคลียร์ การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ซึ่งยังไม่สายเกินไปที่จะยุติการกระทำแบบนี้ |