|
Palang Thai
|
  |
ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน พลังงานทดแทนในอนาคต
ในปัจจุบันประเทศต่างๆ ได้สนับสนุนและให้ความสำคัญในการพัฒนาพลังงานทดแทนกันมากขึ้น เพื่อช่วยลดสัดส่วนการพึ่งพิงน้ำมันปิโตรเลียมที่มีแนวโน้มว่าราคาจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพลังงานทดแทนที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างมากในขณะนี้คือ เชื้อเพลิงชีวภาพ (Bio Fuel)เชื้อเพลิงชีวภาพที่จะกล่าวถึงในที่นี้ประกอบด้วย 2 ประเภทหลัก คือ เอทานอล และไบโอดีเซล ทั้งนี้ เอทานอลส่วนใหญ่ผลิตจากอ้อยและมัน สำปะหลัง ส่วนไบโอดีเซลใช้วัตถุดิบจากปาล์มน้ำมันเป็นหลัก นอกจากนี้ ยังมีพืชประเภทอื่นๆ ที่สามารถนำมาผลิตเป็นพลังงานชีวภาพได้ อาทิ ข้าวโพด ถั่วเหลือง ข้าว ข้าวฟ่าง ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี สบู่ดำ และเรพซีด (Rapeseed) เป็นต้น ในปี"50 การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพของโลกยังคงมีสัดส่วนน้อยเพียง 5% เมื่อเทียบกับการผลิตเชื้อเพลิงจากฟอสซิลที่มีมากกว่า 1,200 พันล้านลิตร แต่คาดว่า ในระยะเวลา 15-20 ปีข้างหน้าการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจะมีบทบาทในการทดแทนน้ำมันเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะมีสัดส่วนประมาณ 10% ของปริมาณการใช้น้ำมันจากฟอสซิลทั่วโลก สำหรับการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพของโลกในปัจุบันแบ่งเป็นสัดส่วนการผลิตเอทานอล 93% และที่เหลือ 7% เป็นไบโอดีเซล ประเด็นที่น่าสนใจและกำลังกลายเป็นปัญหาที่สำคัญขณะนี้คือ การแย่งชิงพื้นที่เพาะปลูกระหว่างพืชที่เป็นอาหาร และพืชที่ใช้ผลิตเป็นพลังงานจนทำให้เกิดวิกฤตด้านอาหารและวิกฤตด้านพลังงานไปทั่วโลก เนื่องจากกระแสความต้องการนำพืชไปผลิตเป็นพลังงานมีมากขึ้น ประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการปลูกพืชพลังงานที่สำคัญโดยเฉพาะอ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งทำให้ไทยสามารถนำมาต่อยอดการผลิตให้เกิดการเชื่อมโยงกันในอุตสาหกรรมเอทานอล เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การพัฒนาและส่งเสริมการผลิตและการใช้เอทานอลให้มากขึ้น สำหรับการผลิตไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมันของไทยยังมีศักยภาพการผลิตปาล์มน้ำมันต่ำกว่ามาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก ภาครัฐจึงกำลังดำเนินการตามแผนพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันไบโอดีเซลที่มากขึ้นต่อเนื่อง ประเด็นสำคัญที่ควรเร่งดำเนินการวางกรอบนโยบายที่ชัดเจนเพื่อให้สามารถบริหารจัดการการผลิตการใช้เอทานอลและไบโอดีเซลอย่างเหมาะสมเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยพิจารณาครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งด้านวัตถุดิบ การผลิต การตลาด และการวิจัยพัฒนา โดยอาศัยการประสานกันของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคม รวมทั้งความร่วมมือกันระหว่างโรงงานผู้ผลิต ผู้ค้าน้ำมัน ผู้ผลิตรถยนต์ สถาบันการเงินต่างๆ ตลอดจนผู้บริโภค ในการช่วยผลักดันยุทธศาสตร์การพัฒนาพลังงานทดแทนของไทยให้เป็นไปอย่างยั่งยืน เพื่อรองรับความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศในอนาคต |