|
Palang Thai
|
  |
น้ำมันแพงบีบใช้พลังงานทดแทน เซฟเงิน4หมื่นล้าน/ไทยเร่งพม่าดันเขื่อนฮัจจีย์-ท่าซาง
หนีน้ำมันแพง แห่ใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น สนพ.เผย เม.ย.ยอดใช้แก๊สโซฮอล์พุ่ง 103% ตีปีกช่วยเซฟเงินปีละ 4.1 หมื่นล้านบาท ชี้น้ำมันดิบ 120 เหรียญต่อบาร์เรลของจริงไม่ใช่การปั่น คาดมีให้ใช้ได้แค่ 30 ปี ไทยเร่งพม่าผุดเขื่อนฮัจจีย์และท่าซาง กำลังผลิต 8 พันเมกะวัตต์ หากพลาดแผนต้องดันโรงไฟฟ้าถ่านหินและนิวเคลียร์เร็วขึ้น นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ปริมาณการใช้พลังงานทดแทนในเดือน เม.ย.51 สูงขึ้นต่อเนื่อง โดยยอดการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้น 103.6% จาก 4 ล้านลิตรต่อวันเป็น 8 ล้านลิตรต่อวันเมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แบ่งเป็นแก๊สโซฮอล์ 95 จำนวน 6.04 ล้านลิตรต่อวัน แก๊สโซฮอล์ 91 จำนวน 1.96 ล้านลิตรต่อวัน และแก๊สโซฮอล์อี 20 อยู่ที่ 4.7 หมื่นลิตรต่อวัน หรือสูงขึ้น 224% จากช่วงต้นปี ไบโอดีเซลบี 5 เพิ่มจาก 1.072 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 8.43 ล้านลิตรต่อวัน และบี 2 อยู่ที่ 45.16 ล้านลิตรต่อวัน ส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ในเดือน เม.ย.มีผู้สนใจติดตั้งจำนวน 72,950 คัน แบ่งเป็นรถเบนซิน 60,229 คัน รถดีเซล 9,928 คัน และรถที่ผลิตจากโรงงาน (OEM) จำนวน 2,793 คัน มีสถานีบริการ 187 สถานี และคาดว่าภายในปีนี้จะเพิ่มเป็น 320 สถานี โดยปริมาณการใช้เอ็นจีวีอยู่ที่ 57.9 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน "ในช่วงวิกฤติน้ำมันแพง การใช้พลังงานทดแทนจึงช่วยผู้ใช้รถยนต์ประหยัดเงินค่าน้ำมันได้ทันที ซึ่งจากตัวเลขการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล และเอ็นจีวีที่สูงขึ้น ทำให้ประเทศไทยประหยัดการใช้น้ำมันเบนซินและดีเซล เฉลี่ย 3.83 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นเงินที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันให้กับประเทศปีละ 41,939 ล้านบาท คิดจากราคาน้ำมันเฉลี่ย 30 บาทต่อลิตร" นายวีระพลกล่าว นายสุรเธียร จักรานนท์ ผู้ประกอบการด้านพืชพลังงานทดแทน กล่าวภายในงานสัมมนาเรื่อง "ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ประเทศไทยจะไปทางไหน" ที่จัดโดยสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่าราคาน้ำมันดิบขณะนี้ที่อยู่ที่ระดับ 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ถือว่าเป็นของจริงไม่ได้มาจากการปั่นราคา โดยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมีปัจจัยมาจากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลาง การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจีนและอินเดีย ที่ทำให้ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันสูงขึ้น และกำลังการผลิตน้ำมันที่คงที่ รวมทั้งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมายังไม่มีการสำรวจพบแหล่งน้ำมันแห่งใหม่ ทำให้คาดว่าปริมาณน้ำมันที่มีอยู่ในปัจจุบันจะสามารถใช้ต่อไปได้เพียง 30 ปีเท่านั้น นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงการเดินทางไปเจรจาความร่วมมือด้านพลังงานกับรัฐบาลพม่า เมื่อต้นเดือน พ.ค. ว่าได้หารือกับถึงความร่วมมือในการพัฒนาเขื่อนสำหรับการผลิตไฟฟ้า 2 แห่ง กำลังการผลิตรวม 8 พันเมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการเขื่อนฮัจจีย์ ในลุ่มแม่น้ำสาละวิน กำลังการผลิตประมาณ 1.1 พันเมกะวัตต์ และเขื่อนท่าซาง กำลังการผลิตกว่า 7 พันเมกะวัตต์ โดยเขื่อนฮัจจีย์ เบื้องต้นจะมีการร่วมทุน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ไทย พม่า และจีน แต่ยังไม่ได้กำหนัดสัดส่วนร่วมทุนที่ชัดเจน เพราะอยู่ระหว่างการศึกษาศักยภาพของโครงการร่วมกัน อย่างไรก็ตาม หากทั้ง 2 โครงการไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ อาจจะต้องมีการปรับแผนของโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้เร็วขึ้น จากกำหนดเดิมตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (พีดีพี 2007) โรงไฟฟ้าถ่านหินโรงแรกจะต้องเข้าระบบในปี 2558 ส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โรงแรกจะเข้าระบบได้ในปี 2563. |