กฟผ.เผยหากแผนส่งก๊าซแหล่งอาทิตย์ไม่ได้ผล กระทบต่อค่าใช้จ่ายเพิ่มพรวด 2-3 พันล้าน
มติชน
Apr 2, 2008
คณะกรรมการบริหารเชื้อเพลิงนัดถก 1 เม.ย. พิจารณาผลกระทบการส่งก๊าซจากแหล่งอาทิตย์เข้าระบบไม่ได้เต็มที่ ชี้หากไม่เป็นไปตามแผนต้องหันไปใช้ดีเซล-น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงแทน ค่าใช้จ่ายเพิ่มพรวด 2-3 พันล้าน ค่าเอฟทีพุ่ง 6-7 สตางค์/หน่วย

นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เร่งนำเข้าน้ำมันเตาเข้ามาสำรองไว้เพิ่มเติม สำหรับจัดส่งให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า ในช่วงที่การจัดส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอาทิตย์ยังเข้าระบบได้ไม่เต็มที่ เพราะไม่ต้องการให้มีการใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงมากเกินไป เนื่องจากมีราคาแพงกว่ามาก จะกระทบกับต้นทุนค่าไฟ โดยราคาน้ำมันเตาอยู่ที่ลิตรละประมาณ 17 บาท ขณะที่ราคาดีเซลอยู่ที่ 31.44 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปัญหาจะคลี่คลายในเร็วๆ นี้ และทาง บริษัท ปตท.สผ. จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่าจะส่งก๊าซฯให้ได้ตามแผน 330 ล้านลูกบากศ์ฟุตต่อวันโดยเร็ว

'ปัญหานี้จะกระทบกับต้นทุนค่าไฟมากน้อยเพียงใด คงต้องพิจารณาปริมาณและราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องหาแนวทางลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด' นายพรชัยกล่าว

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ในวันที่ 1 เมษายน จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารเชื้อเพลิง มีนายณอคุณ สิทธิพงศ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เพื่อพิจารณาถึงผลกระทบจากความล่าช้าในการจัดส่งก๊าซฯเข้าระบบจากแหล่งอาทิตย์ โดย กฟผ.จะนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะการบริหารเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากต้องเปลี่ยนจากการใช้ก๊าซฯมาเป็นน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซล เป็นการชั่วคราว ส่งผลให้เกิดภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น 2,000-3,000 ล้านบาท

'หากในเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ ก๊าซจากแหล่งอาทิตย์ยังไม่สามารถเข้าระบบได้ตามแผน กฟผ.อาจจะต้องหันมาใช้ดีเซลแทนถึง 100 ล้านลิตร จากเดิมที่ไม่ได้ใช้เลย ดังนั้นเมื่อคำนวณถึงต้นทุนค่าใช้จ่ายทางด้านเชื้อเพลิง คาดการณ์ว่าจะมีผลต่อค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ประมาณ 6-7 สตางค์/หน่วย ตัวเลขนี้เป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น จากต้นทุนเชื้อเพลิงแต่ยังไม่ได้รวมปัจจัยบวกอื่นๆ ที่อาจทำให้ค่าเอฟทีไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็ได้ เช่น อัตราแลกเปลี่ยน ค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วงนี้ถือว่ามีประโยชน์มาก' แหล่งข่าวกล่าว

อนึ่ง โครงการอาทิตย์ เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในอ่าวไทย มีขนาดพื้นที่ 3,682 ตาราง กม. ตั้งอยู่ในพื้นที่ปิโตรเลียมนวมินทร์ นอกชายฝั่ง จ.สงขลา ประมาณ 230 กม. มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงที่ผ่านมามีปัญหาท่อก๊าซรั่วซึมเป็นอุปสรรคต่อการส่งก๊าซเข้าระบบ

นางบรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ผลการรณรงค์ปิดไฟลดการใช้พลังงาน ช่วงเวลา 20.00-21.00 น. คืนวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา ถือว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยมีการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้ามากที่สุดเพียง 3,615 เมกะวัตต์ ลดลงร้อยละ 30 จากปกติจะมีการใช้ไฟฟ้ามากที่สุดถึง 5,000 เมกะวัตต์

'เมื่อคิดเป็นปริมาณการใช้ไฟฟ้าในช่วงดังกล่าวจะมีการใช้ไฟฟ้า 73 เมกะวัตต์ หากเปรียบเทียบเป็นการใช้หลอดไฟเรืองแสงแบบยาวฟลูออเรสเซนต์ จะเท่ากับมีการปิดไฟไปเกือบ 2 ล้านดวง เฉลี่ยแต่ละครัวเรือนช่วยปิดไฟในช่วงดังกล่าวหลังละ 2 ดวง แสดงให้เห็นว่า หากทุกคนพร้อมใจปิดไฟที่ไม่จำเป็นก็จะช่วยประหยัดไฟฟ้า หรือพลังงานต่างๆ ได้จำนวนมาก จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนช่วยกันลดการใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นเป็นประจำทุกวัน' นางบรรณโศภิษฐ์กล่าว