|
Palang Thai
|
  |
กฟผ.อ้อนเรกูเลเตอร์แจงเหตุต้นทุนค่าไฟพุ่ง
กฟผ.เตรียมรายงานเรกูเลเตอร์ 1 เม.ย. แจงตัวเลขต้นทุนไฟฟ้าพุ่งพรวด หลัง ปตท.ส่งก๊าซฯ ล่าช้า ต้องใช้น้ำมันเตา-ดีเซล ด้าน "ปูนใหญ่" ทุ่มหมื่นล้านสร้างโรงไฟฟ้าสู้วิกฤตินายสมบัติ ศานติจารี ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กรณีท่อก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอาทิตย์รั่วทำให้การส่งก๊าซฯ เข้าระบบเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าล่าช้ากว่ากำหนดเดิมในวันที่ 16 มี.ค. โดยล่าสุดเพิ่งมีก๊าซฯ ไหลเข้าระบบเพียง 80 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ทำให้ กฟผ.ต้องใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่ง กฟผ.จะส่งรายงานต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการใช้น้ำมันเตาให้นายณอคุณ สิทธิพงศ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการอนุกรรมการกำกับดูอัตราค่าไฟฟ้าและบริการ (เรกูเลเตอร์) ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ "ปกติผู้ผลิตไฟฟ้า ทั้ง กฟผ.และเอกชนสำรองน้ำมันเตา 3-7 วันเท่านั้น เพราะน้ำมันเตาราคาแพง แต่ช่วงนี้ที่ก๊าซฯ ส่งมาไม่ทันทำให้ต้องใช้สำรองน้ำมันเตามาผลิตไฟฟ้า และในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา กฟผ.ต้องใช้น้ำมันเตามาผลิตไฟฟ้าแทนก๊าซฯ 3 ล้านลิตรต่อวัน อาจต้องใช้น้ำมันเตาแทนจนถึงหลังสงกรานต์ที่ก๊าซฯ จะเข้ามา รวมทั้งใช้น้ำมันดีเซลอีก 1 ล้านลิตรต่อวัน ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาด้วย แต่จะไม่ผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นให้ผู้ใช้ไฟ เพราะ กฟผ.ประสานงานกับกรมชลประทานเพื่อขอใช้น้ำในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มอีก 20 ล้านหน่วยแล้ว" นายสมบัติกล่าว ทั้งนี้ เชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำที่สุดคือ น้ำ ลิกไนต์ ถ่านหิน ส่วนก๊าซธรรมชาติมีต้นทุน 2 บาทต่อหน่วย น้ำมันเตา 4 บาทต่อหน่วย ส่วนแหล่งก๊าซฯ ในพื้นที่คาบเกี่ยว (เจดีเอ) กำลังผลิต 440 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งตามแผนต้องส่งเข้าโรงไฟฟ้าจะนะ 150 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน แต่ตอนนี้ใช้เพียง 40 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน คาดเดินเครื่องเต็มกำลังในสัปดาห์หน้า ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะเดินเครื่อง 1.8 หมื่นหน่วยต่อปี นายจิตรพงษ์ กว้างสุขสถิตย์ รองประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท.เร่งแก้ไขความล่าช้าในการจัดส่งก๊าซฯ จากแหล่งอาทิตย์ โดยล่าสุดจัดส่งเข้าระบบ 130 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน และทยอยเพิ่มสัดส่วน แต่แหล่งอาทิตย์ดำเนินการมา 2-3 ปีแล้ว ช่วงนี้จำเป็นต้องปรับจูนระบบต่างๆ บ้างและมีปัญหาเล็กน้อย ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ซึ่งคงไม่มีประเด็นค่าปรับ เพราะไม่ได้หยุดส่งก๊าซฯ ด้านนายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่เครือซิเมนต์ไทย กล่าวว่า เครือซิเมนต์ไทยมีแผนลงทุนโครงการอนุรักษ์พลังงาน 5 ปี ตั้งแต่ปี 2550-2555 รวม 1.5 หมื่นล้านบาท โดยเบื้องต้นลงทุนโครงการนำพลังงานความร้อนที่เหลือใช้ในกระบวนการผลิตกลับมาผลิตไฟฟ้า 6,000 ล้านบาท สร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็กกำลังผลิต 90 เมกะวัตต์ ในโรงงานผลิตปูนซิเมนต์ทั้ง 5 แห่งของเครือ ซึ่งสามารถลดค่าไฟฟ้าจาก 1 หมื่นล้านบาท เหลือ 9,000 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จภายในปี 2552 ลดการใช้ถ่านหิน 3-4 แสนตันต่อปี และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร ซึ่งทั้ง 2 โครงการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 5 แสนตันต่อปี โรงงานทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ โรงงานผลิตปูนซิเมนต์แก่งคอย ท่าหลวง เขาวง ซึ่งทั้ง 3 แห่งอยู่ใน จ.สระบุรี โรงงานผลิตปูนซิเมนต์ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และโรงงานผลิตปูนซิเมนต์ลำปาง จ.ลำปาง |